กกร.คาด GDP ปี 69 โตต่ำกว่า 2% ต่ำสุดในรอบ 30 ปี
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า เเศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มโตต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี หากไม่รวมช่วงวิกฤติ ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน และคาดว่าไทยจะโตต่ำสุดในภูมิภาค จากทั้งความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิมด้วยขนาดเศรษฐกิจนอกระบบที่ใหญ่และหนี้ครัวเรือนสูง ขาดความสามารถทางการแข่งขันในโลกใหม่ ข้อจำกัดทางงบประมาณทางการคลัง และความท้าทายของภาครัฐที่มีกฎระเบียบจำนวนมากและข้อมูลขาดความเชื่อมโยง ประกอบกับผลกระทบจากภัยพิบัติในปีก่อนหน้า ค่าเงินบาทแข็งค่า อาชญากรรมทางไซเบอร์ การเคลื่อนย้ายเงินทุนเทา และความเสี่ยงจากกระบวนการจัดทำงบประมาณที่ล่าช้า
กกร.มีความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่า 8.2% ในปีที่ผ่านมา เป็นอันดับที่ 2 ของภูมิภาค ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกเสมือนการที่ภาคธุรกิจโดนเรียกเก็บภาษี (tariff) เพิ่มเติม เป็นการเซาะกร่อนภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ส่งออก จึงอยากให้หน่วยงานการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องดูแลการเคลื่อนไหวของค่าเงินที่มีการแข็งค่าตามราคาทองคำ และบทบาทของการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยต่อค่าเงินบาท โดย กกร.สนับสนุนให้ภาครัฐเร่งดำเนินการ connect the dots เพิ่มการรับรู้แหล่งที่มาของเงิน ข้อมูลเชิงลึกของเงินบาทของบุคคลที่ไม่ได้มีถิ่นพำนักในประเทศไทย โดยไม่ยึดติดกับกรอบการกำกับเดิมๆ และป้องกันไม่ให้ธุรกรรมดังกล่าวบั่นทอนความสามารถในการแข่งขันและภาคเศรษฐกิจจริงของประเทศ
“เงินบาทแข็งค่าจากปัจจัยกดดัน 2 ปัจจัย คือ 1.การยึดโยงเกี่ยวเนื่องกับทองคำ 2.Digital asset ดังนั้นจึงอยากเห็นการยึดโยงการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเป็นระบบ” นายพจน์ กล่าว
ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปี 2568 เงินบาทแข็งค่า 8.2% ขณะที่ค่าเงินเวียดนามอ่อนค่าถึง 3% เมื่อเทียบกับค่าเงินบาทพบว่ามีส่วนต่างกันมากเกือบ 12% ทำให้ไทยสู้ไม่ได้ ดังนั้นหากยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าได้เราก็จะสูญเสียความสามารถการแข่งขันโดยสิ้นเชิง
นอกจากนี้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ สะท้อนผ่านเหตุการณ์สหรัฐฯ เข้าแทรกแซงเวเนซูเอลา เป็นการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจการเมืองโลกชัดเจนขึ้น (New World Order) ซึ่งกระทบกับระบบเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงจากปีก่อน อีกทั้งผลจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะเริ่มเห็นผลมากขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อนที่สินค้าส่งออกไทย ที่ไม่รวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เริ่มหดตัว สะท้อนความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจไทยที่สูงขึ้น ดังนั้นไทยต้องเท่าทันการเปลี่ยนแปลง
กกร.คงกรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 (ณ ม.ค.69) GDP โต 1.6-2.0 ส่งออก -1.5 ถึง -0.5 ส่วนเงินเฟ้ออยู่ที่ 0.2-0.7
相关推荐
- 垃圾分类亲子同行,美丽城镇你我共建
- 养老金最新消息2018年 全国养老金入市规模已达5300亿元
- 2020国际马联大奖“勇往直前奖”十年最佳:金伯乐马术学府李振强入围
- Scott Jennings sparks CNN feud over Dems pandering to Somali community
- 今年起单位代扣代缴增值税,个人偷税将变难
- AGON爱攻成为2024 CS Major合作伙伴,共赴荣耀征程
- 小波特27+11戈登复出砍20+6 篮网胜掘金
- CPB head called on NPR CEO to resign ahead of federal funding cuts: report
舍本求末网

![[新浪彩票]足彩25183期冷热指数:多特对攻制胜](https://k.sinaimg.cn/n/sports/transform/739/w453h286/20251210/887a-1f671868b4aeeeba872a6148e1ee5dee.png/w700d1q75cms.jpg?by=cms_fixed_width)

